AutomationProductivityAI ToolsBusinessWorkflow

Automation คืออะไร? ทำไมต้องใช้

ทำความเข้าใจ Automation หรือระบบทำงานอัตโนมัติ ทำไมถึงสำคัญสำหรับธุรกิจและการทำงานส่วนตัว พร้อมตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจน

AI Unlocked Team
02/04/2568
Automation คืออะไร? ทำไมต้องใช้

Automation คืออะไร? ทำไมต้องใช้

เคยรู้สึกไหมคะว่าทำงานซ้ำๆ เดิมๆ ทุกวัน? Copy-paste ข้อมูลจากที่นึงไปอีกที่ ส่ง Email เดิมๆ ทุกสัปดาห์ หรืออัปเดตข้อมูลในหลาย Platform ด้วยมือ? งานเหล่านี้สามารถให้ Automation ทำแทนได้ค่ะ! มาทำความรู้จักกันว่า Automation คืออะไรและทำไมคุณต้องเริ่มใช้

Automation คืออะไร?

Automation (ออโตเมชั่น) คือการทำให้งานหรือกระบวนการทำงานเป็นอัตโนมัติ โดยไม่ต้องมีคนมานั่งทำด้วยมือทุกครั้ง

ลองนึกภาพแบบนี้ค่ะ:

ก่อน Automation:

  1. ลูกค้ากรอกฟอร์มบนเว็บ
  2. คุณต้องไปเช็ค Email ด้วยตัวเอง
  3. Copy ข้อมูลลูกค้าไปใส่ Excel
  4. ส่ง Email ต้อนรับด้วยมือ
  5. แจ้งทีมขายใน LINE Group

หลัง Automation:

  1. ลูกค้ากรอกฟอร์มบนเว็บ
  2. ระบบทำทุกอย่างให้อัตโนมัติ!
    • บันทึกลง Google Sheets
    • ส่ง Email ต้อนรับ
    • แจ้ง LINE ทันที

คุณประหยัดเวลาได้มหาศาล และไม่พลาดทุกครั้งที่มีลูกค้าใหม่!

ทำไม Automation ถึงสำคัญ?

1. ประหยัดเวลา

งาน 1 ชั่วโมง/วัน = 30 ชั่วโมง/เดือน = 360 ชั่วโมง/ปี

ถ้า Automate งานนั้นได้ คุณจะได้เวลากลับมา 360 ชั่วโมงต่อปี!

2. ลดความผิดพลาด

คนทำงานซ้ำๆ มักจะพลาด แต่ Automation ทำถูกต้องทุกครั้ง

3. ทำงานได้ 24/7

Automation ทำงานตลอดเวลา แม้คุณจะนอนหลับ

4. Scale ได้ง่าย

ลูกค้า 10 คนกับ 10,000 คน ใช้ Automation เหมือนกัน

5. Focus งานสำคัญได้

ปล่อยให้ Automation ทำงานซ้ำๆ คุณไปทำงานที่สร้างมูลค่าแทน

ประเภทของ Automation

1. Task Automation

ทำงานเดี่ยวๆ อัตโนมัติ

  • ส่ง Email อัตโนมัติ
  • โพสต์ Social Media
  • สำรองข้อมูล

2. Workflow Automation

เชื่อมหลายงานเข้าด้วยกัน

  • ลูกค้ากรอกฟอร์ม → บันทึกข้อมูล → ส่ง Email → แจ้งทีม
  • สร้าง Invoice → ส่งลูกค้า → บันทึกบัญชี

3. Business Process Automation (BPA)

Automate กระบวนการทางธุรกิจทั้งหมด

  • การรับสมัครพนักงาน
  • การอนุมัติเอกสาร
  • การจัดการคำสั่งซื้อ

4. AI-Powered Automation

ใช้ AI ตัดสินใจในกระบวนการ

  • ตอบ Chat อัตโนมัติ
  • วิเคราะห์และจัดหมวดหมู่
  • สร้าง Content อัตโนมัติ

ตัวอย่าง Automation ในชีวิตประจำวัน

สำหรับงานส่วนตัว

ตัวอย่างที่ 1: จัดการ Email

  • Email มีคำว่า "Invoice" → ย้ายไปโฟลเดอร์ Invoice
  • Email จากเจ้านาย → ติดดาว + แจ้งเตือน

ตัวอย่างที่ 2: Social Media

  • บันทึกโพสต์ที่ชอบไป Notion
  • แชร์บทความใหม่ไป Twitter อัตโนมัติ

ตัวอย่างที่ 3: ไฟล์และเอกสาร

  • ไฟล์ใหม่ใน Downloads → จัดหมวดหมู่อัตโนมัติ
  • สำรอง Photos ไป Google Drive ทุกวัน

สำหรับธุรกิจ

ตัวอย่างที่ 1: Lead Generation

  • มีคนกรอกฟอร์ม → บันทึกลง CRM → ส่ง Email ต้อนรับ → แจ้งฝ่ายขาย

ตัวอย่างที่ 2: E-commerce

  • มีคำสั่งซื้อใหม่ → อัปเดต Stock → แจ้งทีม Packing → ส่ง SMS ลูกค้า

ตัวอย่างที่ 3: Content Marketing

  • โพสต์ Blog ใหม่ → แชร์ไป Facebook, Twitter, LinkedIn อัตโนมัติ

ตัวอย่างที่ 4: Customer Service

  • ลูกค้าส่งข้อความ → AI ตอบคำถามพื้นฐาน → ส่งต่อทีมถ้าซับซ้อน

เครื่องมือ Automation ยอดนิยม

1. Zapier

เครื่องมือที่นิยมที่สุด เชื่อมแอปหลายพันตัว

2. Make.com (Integromat)

ทรงพลังกว่า Zapier สำหรับ Workflow ซับซ้อน

3. n8n

Open source ติดตั้งเองได้ ควบคุมเต็มที่

4. Power Automate

จาก Microsoft เหมาะกับ Office 365 users

5. IFTTT

ง่ายที่สุด สำหรับ Automation เบื้องต้น

เริ่มต้น Automation อย่างไร?

Step 1: สังเกตงานที่ทำซ้ำๆ

เขียนรายการงานที่ทำทุกวัน/ทุกสัปดาห์:

  • ส่ง Report ทุกวันศุกร์
  • Copy ข้อมูลจาก Form ไปใส่ Spreadsheet
  • โพสต์ Social Media 3 ครั้ง/วัน

Step 2: เลือกงานที่ Automate ง่าย

เริ่มจากงานที่:

  • ทำซ้ำเหมือนกันทุกครั้ง
  • มีขั้นตอนชัดเจน
  • ไม่ต้องตัดสินใจซับซ้อน

Step 3: เลือกเครื่องมือ

สำหรับมือใหม่แนะนำ Zapier เพราะใช้งานง่ายที่สุด

Step 4: สร้าง Automation แรก

เริ่มจาก Automation ง่ายๆ เช่น:

  • Gmail + Google Sheets: บันทึก Email Attachment ลง Drive
  • Google Forms + Email: ส่ง Thank you email อัตโนมัติ

Step 5: ปรับปรุงและเพิ่ม

เมื่อชินแล้ว ค่อยๆ เพิ่ม Automation ทีละอัน

Automation + AI = พลังเหนือชั้น

เมื่อรวม Automation กับ AI จะได้ระบบที่ทรงพลังมาก:

ตัวอย่าง:

  1. ลูกค้าส่ง Email มา
  2. AI วิเคราะห์ว่าเป็นคำถามประเภทไหน
  3. Automation ส่งต่อให้ทีมที่เหมาะสม
  4. AI ร่าง Email ตอบ
  5. พนักงานตรวจสอบและกดส่ง

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในไม่กี่วินาที!

ข้อควรระวัง

1. อย่า Automate ทุกอย่าง

บางงานต้องการ Human touch โดยเฉพาะการติดต่อลูกค้าสำคัญ

2. ตรวจสอบเป็นระยะ

Automation อาจพังโดยไม่รู้ตัว ควรเช็คบ่อยๆ

3. มี Backup plan

ถ้า Automation ล่ม คุณต้องรู้วิธีทำด้วยมือ

4. ระวังเรื่องความปลอดภัย

อย่าให้ Automation เข้าถึงข้อมูลสำคัญโดยไม่จำเป็น

ROI ของ Automation

ลองคำนวณดู:

สมมติ:

  • ค่าแรงคุณ 300 บาท/ชั่วโมง
  • งานซ้ำๆ ใช้เวลา 2 ชั่วโมง/วัน
  • ต้นทุน Automation 1,500 บาท/เดือน

ประหยัดได้:

  • 2 ชั่วโมง × 300 บาท × 22 วัน = 13,200 บาท/เดือน
  • หัก 1,500 บาท = ประหยัดสุทธิ 11,700 บาท/เดือน

นี่ยังไม่รวมความผิดพลาดที่ลดลงและความเครียดที่หายไป!

สรุป

Automation คือการทำให้งานซ้ำๆ เป็นอัตโนมัติค่ะ ช่วยประหยัดเวลา ลดความผิดพลาด และให้คุณ Focus กับงานสำคัญได้มากขึ้น เริ่มต้นจากงานเล็กๆ ง่ายๆ ก่อน แล้วค่อยขยายไปเรื่อยๆ รับรองว่าจะติดใจและสงสัยว่าทำไมไม่เริ่มใช้ตั้งนานแล้ว!


อยากเรียนรู้ Automation และ AI แบบเจาะลึก?

คอร์สสอน AI ของเราสอน Automation ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงขั้นสูง รวมถึงการใช้ AI ร่วมกับ Automation!

ดูคอร์สสอน AI เชียงใหม่ →

มาทำงานอัตโนมัติกันค่ะ!

เขียนโดย

AI Unlocked Team

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ