Prompt Chaining: ต่อ Prompt หลายๆ อันให้ทำงานร่วมกัน
งานบางอย่างซับซ้อนเกินกว่าจะทำด้วย Prompt เดียวใช่ไหมคะ? วันนี้เราจะมาสอนเทคนิค "Prompt Chaining" ที่ช่วยให้เราแบ่งงานใหญ่ออกเป็นหลายขั้นตอน และให้ AI ทำทีละส่วนจนสำเร็จค่ะ
Prompt Chaining คืออะไร?
Prompt Chaining คือเทคนิคการเอา output จาก Prompt หนึ่ง ไปเป็น input ของ Prompt ถัดไป เหมือนการทำงานเป็นสายพาน (assembly line) ค่ะ
Prompt 1 → Output 1 → Prompt 2 → Output 2 → Prompt 3 → Output 3 (ผลลัพธ์สุดท้าย)
ทำไมต้องใช้ Prompt Chaining?
- งานซับซ้อนเกินไป - ทำทีเดียวไม่ไหว
- ต้องการควบคุมแต่ละขั้น - ตรวจสอบและแก้ไขได้
- ลดโอกาสผิดพลาด - ทำทีละส่วนแม่นยำกว่า
- Reusable - ใช้ซ้ำบางส่วนได้
ตัวอย่างการใช้งาน
ตัวอย่างที่ 1: เขียน Blog Post
แบบไม่ใช้ Chaining (Prompt เดียว):
เขียน blog post เรื่อง AI สำหรับธุรกิจ
ความยาว 1000 คำ มี SEO
→ อาจได้ผลลัพธ์ที่ไม่ค่อยดี
แบบใช้ Chaining (หลาย Prompt):
Chain 1: Research & Outline
วิเคราะห์หัวข้อ "AI สำหรับธุรกิจ SME"
สร้าง outline สำหรับ blog post
- 5-7 หัวข้อหลัก
- แต่ละหัวข้อมี 2-3 ประเด็นย่อย
- keywords ที่ควรใส่
Chain 2: Write Introduction
จาก outline นี้ [paste outline]
เขียนย่อหน้าเปิดที่ดึงดูดผู้อ่าน
- hook ที่น่าสนใจ
- บอกว่าบทความนี้จะได้อะไร
- ความยาว 100-150 คำ
Chain 3: Write Body
จาก outline และ intro นี้ [paste]
เขียนเนื้อหาส่วน body
แต่ละหัวข้อ 150-200 คำ
ใส่ตัวอย่างจริงๆ ด้วย
Chain 4: Write Conclusion + CTA
จากบทความข้างต้น [paste]
เขียนสรุปและ call-to-action
- สรุป key takeaways
- CTA ให้ผู้อ่านลงมือทำ
Chain 5: SEO Optimization
จากบทความนี้ [paste]
ปรับให้ SEO-friendly:
- Title tag (60 ตัวอักษร)
- Meta description (155 ตัวอักษร)
- เพิ่ม keywords ธรรมชาติ
ตัวอย่างที่ 2: วิเคราะห์และตัดสินใจ
Chain 1: Gather Information
สรุปข้อมูลเกี่ยวกับ [หัวข้อ]
- ข้อดี 5 ข้อ
- ข้อเสีย 5 ข้อ
- ข้อมูลสำคัญที่ควรรู้
Chain 2: Analyze
จากข้อมูลนี้ [paste]
วิเคราะห์เชิงลึก:
- ปัจจัยที่ต้องพิจารณา
- ความเสี่ยง
- โอกาส
Chain 3: Compare Options
จากการวิเคราะห์ [paste]
เปรียบเทียบทางเลือก:
Option A: [รายละเอียด]
Option B: [รายละเอียด]
ทำตารางเปรียบเทียบ
Chain 4: Recommend
จากการเปรียบเทียบ [paste]
แนะนำทางเลือกที่ดีที่สุด พร้อมเหตุผล
และสิ่งที่ต้องระวัง
ตัวอย่างที่ 3: สร้าง Content Marketing Campaign
Chain 1: Define Strategy
สร้าง content strategy สำหรับ
สินค้า: คอร์สเรียน AI
กลุ่มเป้าหมาย: คนทำงานอายุ 25-40
ให้:
- Content pillars 4 อัน
- หัวข้อที่ควรทำ
- Platforms ที่ควรใช้
Chain 2: Create Content Calendar
จาก strategy นี้ [paste]
สร้าง content calendar 1 เดือน
- วันละ 1 post
- สลับ content pillar
- ระบุ platform แต่ละ post
Chain 3: Write Content Batches
จาก calendar [paste]
เขียน content สำหรับสัปดาห์ที่ 1
7 posts ตาม schedule
Chain 4: Create Visuals Brief
จาก content นี้ [paste]
สร้าง brief สำหรับทำภาพประกอบ
แต่ละ post ระบุ:
- แนวคิดภาพ
- Text บนภาพ (ถ้ามี)
- สี/mood
ตัวอย่างที่ 4: Code Development
Chain 1: Requirements
วิเคราะห์ requirements สำหรับ feature:
"ระบบ login ด้วย email และ password"
สรุปเป็น:
- User stories
- Technical requirements
- Edge cases
Chain 2: Design
จาก requirements [paste]
ออกแบบ:
- Database schema
- API endpoints
- Flow diagram (อธิบายเป็นข้อความ)
Chain 3: Implement
จาก design [paste]
เขียน code สำหรับ:
- Backend API (Node.js)
- ส่วนนี้ก่อน: [ระบุส่วน]
Chain 4: Test Cases
จาก code นี้ [paste]
เขียน test cases:
- Happy path
- Error cases
- Edge cases
Pattern ที่ใช้บ่อย
1. Research → Analyze → Create
Chain 1: หาข้อมูล
Chain 2: วิเคราะห์ข้อมูล
Chain 3: สร้างงานจากการวิเคราะห์
2. Draft → Review → Refine
Chain 1: เขียน draft
Chain 2: review และหาจุดอ่อน
Chain 3: แก้ไขตามข้อเสนอแนะ
3. Big → Small → Combine
Chain 1: วางแผนภาพรวม
Chain 2: ทำทีละส่วนย่อย
Chain 3: รวมเป็นงานเสร็จ
4. Generate → Filter → Polish
Chain 1: สร้างหลายตัวเลือก
Chain 2: เลือกตัวที่ดีที่สุด
Chain 3: ปรับปรุงให้สมบูรณ์
เทคนิคขั้นสูง
1. Branching Chains
แยก chain ออกเป็นหลายเส้นทาง
Chain 1
↓
┌───────┴───────┐
Chain 2A Chain 2B
↓ ↓
Chain 3A Chain 3B
└───────┬───────┘
↓
Chain 4 (รวม)
2. Feedback Loop
กลับไปแก้ไขขั้นตอนก่อนหน้า
Chain 1 → Chain 2 → Chain 3
↑__________|
(ถ้าไม่ผ่าน กลับไปแก้)
3. Parallel Chains
ทำหลาย chain พร้อมกัน
Chain 1A ──┐
Chain 1B ──┼── Chain 2 (รวมผล)
Chain 1C ──┘
ข้อดีและข้อเสีย
ข้อดี
- ควบคุมคุณภาพได้แต่ละขั้น
- แก้ไขเฉพาะส่วนที่มีปัญหาได้
- ทำงานซับซ้อนได้
- Reusable บาง chain
ข้อเสีย
- ใช้เวลามากขึ้น
- ต้องจัดการหลาย prompt
- ใช้ token/credit มากขึ้น
- ต้องวางแผนดี
Prompt Chaining Template
=== CHAIN 1: [ชื่อขั้นตอน] ===
วัตถุประสงค์: [อธิบายว่าขั้นนี้ทำอะไร]
Prompt:
[prompt ของขั้นตอนนี้]
Expected Output:
[output ที่คาดหวัง]
=== CHAIN 2: [ชื่อขั้นตอน] ===
Input จาก Chain 1: [ใส่ output จาก chain ก่อนหน้า]
Prompt:
[prompt ของขั้นตอนนี้]
Expected Output:
[output ที่คาดหวัง]
... (ต่อไปเรื่อยๆ)
สรุป
Prompt Chaining เป็นเทคนิคที่ทรงพลังมากค่ะ ช่วยให้เราทำงานซับซ้อนได้โดยแบ่งเป็นขั้นตอนย่อยๆ ที่จัดการได้ง่ายกว่า
หลักการสำคัญ:
- แบ่งงานใหญ่เป็นงานย่อย
- Output ของ chain นึงเป็น input ของ chain ถัดไป
- ตรวจสอบและแก้ไขได้ในแต่ละขั้น
- วางแผนก่อนเริ่มทำ
ลองเอาไปใช้กับงานของคุณดูนะคะ!
อยากเรียนรู้เพิ่มเติม?
ถ้าอยากเรียนรู้เทคนิค Prompt Engineering แบบเจาะลึก รวมถึง Prompt Chaining และ Automation
คอร์สสอน AI ที่เชียงใหม่ ของเราสอนตั้งแต่พื้นฐานจนถึงการสร้าง AI Workflow จริง
มีคำถามเพิ่มเติม ทักมาคุยกันได้เลยค่ะ!
เขียนโดย
AI Unlocked Team
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
วิธีติดตั้ง FFmpeg บน Windows และ Mac: คู่มือฉบับสมบูรณ์
เรียนรู้วิธีติดตั้ง FFmpeg บน Windows และ macOS พร้อมการตั้งค่า PATH อย่างละเอียด เพื่อใช้งานโปรแกรมตัดต่อวิดีโอและเสียงระดับมืออาชีพ
สรุป: เส้นทางการเรียนรู้ AI สำหรับคนไทย ฉบับสมบูรณ์
สรุปทุกสิ่งที่คนไทยต้องรู้เกี่ยวกับการเรียน AI ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการหางานและพัฒนาอาชีพ รวมทุก resources และ tips ในที่เดียว
อนาคตของ AI ในอีก 5 ปี: แนวโน้มและการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น
วิเคราะห์อนาคตของ AI ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ทั้งด้านเทคโนโลยี การทำงาน ธุรกิจ และสังคม พร้อมวิธีเตรียมตัวรับมือ