Prompt EngineeringPrompt ChainingAI TechniquesAdvancedAutomation

Prompt Chaining: ต่อ Prompt หลายๆ อันให้ทำงานร่วมกัน

เรียนรู้เทคนิค Prompt Chaining ที่ช่วยให้ทำงานซับซ้อนได้โดยการแบ่งเป็นหลาย Prompt ต่อเนื่องกัน พร้อมตัวอย่างการใช้งานจริง

AI Unlocked Team
09/02/2568
Prompt Chaining: ต่อ Prompt หลายๆ อันให้ทำงานร่วมกัน

Prompt Chaining: ต่อ Prompt หลายๆ อันให้ทำงานร่วมกัน

งานบางอย่างซับซ้อนเกินกว่าจะทำด้วย Prompt เดียวใช่ไหมคะ? วันนี้เราจะมาสอนเทคนิค "Prompt Chaining" ที่ช่วยให้เราแบ่งงานใหญ่ออกเป็นหลายขั้นตอน และให้ AI ทำทีละส่วนจนสำเร็จค่ะ

Prompt Chaining คืออะไร?

Prompt Chaining คือเทคนิคการเอา output จาก Prompt หนึ่ง ไปเป็น input ของ Prompt ถัดไป เหมือนการทำงานเป็นสายพาน (assembly line) ค่ะ

Prompt 1 → Output 1 → Prompt 2 → Output 2 → Prompt 3 → Output 3 (ผลลัพธ์สุดท้าย)

ทำไมต้องใช้ Prompt Chaining?

  1. งานซับซ้อนเกินไป - ทำทีเดียวไม่ไหว
  2. ต้องการควบคุมแต่ละขั้น - ตรวจสอบและแก้ไขได้
  3. ลดโอกาสผิดพลาด - ทำทีละส่วนแม่นยำกว่า
  4. Reusable - ใช้ซ้ำบางส่วนได้

ตัวอย่างการใช้งาน

ตัวอย่างที่ 1: เขียน Blog Post

แบบไม่ใช้ Chaining (Prompt เดียว):

เขียน blog post เรื่อง AI สำหรับธุรกิจ
ความยาว 1000 คำ มี SEO

→ อาจได้ผลลัพธ์ที่ไม่ค่อยดี

แบบใช้ Chaining (หลาย Prompt):

Chain 1: Research & Outline

วิเคราะห์หัวข้อ "AI สำหรับธุรกิจ SME"
สร้าง outline สำหรับ blog post
- 5-7 หัวข้อหลัก
- แต่ละหัวข้อมี 2-3 ประเด็นย่อย
- keywords ที่ควรใส่

Chain 2: Write Introduction

จาก outline นี้ [paste outline]
เขียนย่อหน้าเปิดที่ดึงดูดผู้อ่าน
- hook ที่น่าสนใจ
- บอกว่าบทความนี้จะได้อะไร
- ความยาว 100-150 คำ

Chain 3: Write Body

จาก outline และ intro นี้ [paste]
เขียนเนื้อหาส่วน body
แต่ละหัวข้อ 150-200 คำ
ใส่ตัวอย่างจริงๆ ด้วย

Chain 4: Write Conclusion + CTA

จากบทความข้างต้น [paste]
เขียนสรุปและ call-to-action
- สรุป key takeaways
- CTA ให้ผู้อ่านลงมือทำ

Chain 5: SEO Optimization

จากบทความนี้ [paste]
ปรับให้ SEO-friendly:
- Title tag (60 ตัวอักษร)
- Meta description (155 ตัวอักษร)
- เพิ่ม keywords ธรรมชาติ

ตัวอย่างที่ 2: วิเคราะห์และตัดสินใจ

Chain 1: Gather Information

สรุปข้อมูลเกี่ยวกับ [หัวข้อ]
- ข้อดี 5 ข้อ
- ข้อเสีย 5 ข้อ
- ข้อมูลสำคัญที่ควรรู้

Chain 2: Analyze

จากข้อมูลนี้ [paste]
วิเคราะห์เชิงลึก:
- ปัจจัยที่ต้องพิจารณา
- ความเสี่ยง
- โอกาส

Chain 3: Compare Options

จากการวิเคราะห์ [paste]
เปรียบเทียบทางเลือก:
Option A: [รายละเอียด]
Option B: [รายละเอียด]

ทำตารางเปรียบเทียบ

Chain 4: Recommend

จากการเปรียบเทียบ [paste]
แนะนำทางเลือกที่ดีที่สุด พร้อมเหตุผล
และสิ่งที่ต้องระวัง

ตัวอย่างที่ 3: สร้าง Content Marketing Campaign

Chain 1: Define Strategy

สร้าง content strategy สำหรับ
สินค้า: คอร์สเรียน AI
กลุ่มเป้าหมาย: คนทำงานอายุ 25-40

ให้:
- Content pillars 4 อัน
- หัวข้อที่ควรทำ
- Platforms ที่ควรใช้

Chain 2: Create Content Calendar

จาก strategy นี้ [paste]
สร้าง content calendar 1 เดือน
- วันละ 1 post
- สลับ content pillar
- ระบุ platform แต่ละ post

Chain 3: Write Content Batches

จาก calendar [paste]
เขียน content สำหรับสัปดาห์ที่ 1
7 posts ตาม schedule

Chain 4: Create Visuals Brief

จาก content นี้ [paste]
สร้าง brief สำหรับทำภาพประกอบ
แต่ละ post ระบุ:
- แนวคิดภาพ
- Text บนภาพ (ถ้ามี)
- สี/mood

ตัวอย่างที่ 4: Code Development

Chain 1: Requirements

วิเคราะห์ requirements สำหรับ feature:
"ระบบ login ด้วย email และ password"

สรุปเป็น:
- User stories
- Technical requirements
- Edge cases

Chain 2: Design

จาก requirements [paste]
ออกแบบ:
- Database schema
- API endpoints
- Flow diagram (อธิบายเป็นข้อความ)

Chain 3: Implement

จาก design [paste]
เขียน code สำหรับ:
- Backend API (Node.js)
- ส่วนนี้ก่อน: [ระบุส่วน]

Chain 4: Test Cases

จาก code นี้ [paste]
เขียน test cases:
- Happy path
- Error cases
- Edge cases

Pattern ที่ใช้บ่อย

1. Research → Analyze → Create

Chain 1: หาข้อมูล
Chain 2: วิเคราะห์ข้อมูล
Chain 3: สร้างงานจากการวิเคราะห์

2. Draft → Review → Refine

Chain 1: เขียน draft
Chain 2: review และหาจุดอ่อน
Chain 3: แก้ไขตามข้อเสนอแนะ

3. Big → Small → Combine

Chain 1: วางแผนภาพรวม
Chain 2: ทำทีละส่วนย่อย
Chain 3: รวมเป็นงานเสร็จ

4. Generate → Filter → Polish

Chain 1: สร้างหลายตัวเลือก
Chain 2: เลือกตัวที่ดีที่สุด
Chain 3: ปรับปรุงให้สมบูรณ์

เทคนิคขั้นสูง

1. Branching Chains

แยก chain ออกเป็นหลายเส้นทาง

         Chain 1
            ↓
    ┌───────┴───────┐
Chain 2A         Chain 2B
    ↓               ↓
Chain 3A         Chain 3B
    └───────┬───────┘
            ↓
        Chain 4 (รวม)

2. Feedback Loop

กลับไปแก้ไขขั้นตอนก่อนหน้า

Chain 1 → Chain 2 → Chain 3
              ↑__________|
           (ถ้าไม่ผ่าน กลับไปแก้)

3. Parallel Chains

ทำหลาย chain พร้อมกัน

Chain 1A ──┐
Chain 1B ──┼── Chain 2 (รวมผล)
Chain 1C ──┘

ข้อดีและข้อเสีย

ข้อดี

  • ควบคุมคุณภาพได้แต่ละขั้น
  • แก้ไขเฉพาะส่วนที่มีปัญหาได้
  • ทำงานซับซ้อนได้
  • Reusable บาง chain

ข้อเสีย

  • ใช้เวลามากขึ้น
  • ต้องจัดการหลาย prompt
  • ใช้ token/credit มากขึ้น
  • ต้องวางแผนดี

Prompt Chaining Template

=== CHAIN 1: [ชื่อขั้นตอน] ===
วัตถุประสงค์: [อธิบายว่าขั้นนี้ทำอะไร]

Prompt:
[prompt ของขั้นตอนนี้]

Expected Output:
[output ที่คาดหวัง]

=== CHAIN 2: [ชื่อขั้นตอน] ===
Input จาก Chain 1: [ใส่ output จาก chain ก่อนหน้า]

Prompt:
[prompt ของขั้นตอนนี้]

Expected Output:
[output ที่คาดหวัง]

... (ต่อไปเรื่อยๆ)

สรุป

Prompt Chaining เป็นเทคนิคที่ทรงพลังมากค่ะ ช่วยให้เราทำงานซับซ้อนได้โดยแบ่งเป็นขั้นตอนย่อยๆ ที่จัดการได้ง่ายกว่า

หลักการสำคัญ:

  • แบ่งงานใหญ่เป็นงานย่อย
  • Output ของ chain นึงเป็น input ของ chain ถัดไป
  • ตรวจสอบและแก้ไขได้ในแต่ละขั้น
  • วางแผนก่อนเริ่มทำ

ลองเอาไปใช้กับงานของคุณดูนะคะ!


อยากเรียนรู้เพิ่มเติม?

ถ้าอยากเรียนรู้เทคนิค Prompt Engineering แบบเจาะลึก รวมถึง Prompt Chaining และ Automation

คอร์สสอน AI ที่เชียงใหม่ ของเราสอนตั้งแต่พื้นฐานจนถึงการสร้าง AI Workflow จริง

👉 ดูรายละเอียดคอร์สเพิ่มเติม

มีคำถามเพิ่มเติม ทักมาคุยกันได้เลยค่ะ!

เขียนโดย

AI Unlocked Team

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ