Zero-Shot vs Few-Shot Prompting: ต่างกันอย่างไร เลือกใช้เมื่อไหร่
เมื่อเริ่มศึกษา Prompt Engineering คุณจะพบคำว่า Zero-Shot และ Few-Shot บ่อยครั้ง ทั้งสองเทคนิคนี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้คุณสื่อสารกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทความนี้จะอธิบายความแตกต่าง ข้อดีข้อเสีย และแนวทางการเลือกใช้ที่เหมาะสม
Zero-Shot Prompting คืออะไร?
Zero-Shot Prompting คือการให้คำสั่งกับ AI โดยไม่ให้ตัวอย่างใดๆ เลย AI จะตอบคำถามโดยใช้ความรู้ที่มีอยู่แล้วจากการ Train
ตัวอย่าง Zero-Shot
Prompt:
จัดหมวดหมู่ข้อความต่อไปนี้ว่าเป็น Positive, Negative หรือ Neutral
ข้อความ: "อาหารอร่อยมาก แต่รอนานไปหน่อย"
คำตอบ:
AI จะวิเคราะห์และตอบได้โดยไม่ต้องมีตัวอย่างก่อนหน้า
เมื่อไหร่ควรใช้ Zero-Shot
- งานทั่วไป: แปลภาษา สรุปความ ตอบคำถาม
- งานที่ชัดเจน: คำสั่งตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อน
- ต้องการความเร็ว: ไม่มีเวลาเตรียมตัวอย่าง
- ทดสอบ AI: ดูว่า AI เข้าใจงานหรือไม่
Few-Shot Prompting คืออะไร?
Few-Shot Prompting คือการให้ตัวอย่างจำนวนหนึ่ง (มักจะ 2-5 ตัวอย่าง) ก่อนที่จะให้ AI ทำงานจริง ช่วยให้ AI เข้าใจรูปแบบและความคาดหวังของเรา
ตัวอย่าง Few-Shot
Prompt:
จัดหมวดหมู่ข้อความเป็น Positive, Negative หรือ Neutral
ตัวอย่าง 1:
ข้อความ: "สินค้าดีมากครับ ส่งเร็วด้วย"
หมวดหมู่: Positive
ตัวอย่าง 2:
ข้อความ: "สินค้าเสียหาย ไม่พอใจเลย"
หมวดหมู่: Negative
ตัวอย่าง 3:
ข้อความ: "ได้รับสินค้าแล้ว"
หมวดหมู่: Neutral
---
ทีนี้จัดหมวดหมู่ข้อความนี้:
ข้อความ: "อาหารอร่อยมาก แต่รอนานไปหน่อย"
หมวดหมู่:
เมื่อไหร่ควรใช้ Few-Shot
- งานเฉพาะทาง: ต้องการผลลัพธ์ในรูปแบบพิเศษ
- งานซับซ้อน: มีเงื่อนไขหลายอย่าง
- ต้องการความแม่นยำ: ลดโอกาสเข้าใจผิด
- รูปแบบเฉพาะ: ต้องการ Output ในรูปแบบที่กำหนด
เปรียบเทียบ Zero-Shot vs Few-Shot
| หัวข้อ | Zero-Shot | Few-Shot |
|---|---|---|
| ตัวอย่าง | ไม่มี | 2-5 ตัวอย่าง |
| ความยาว Prompt | สั้น | ยาวกว่า |
| Token ที่ใช้ | น้อย | มากกว่า |
| ความแม่นยำ | ปานกลาง | สูงกว่า |
| ความยืดหยุ่น | สูง | ต่ำกว่า (ตามตัวอย่าง) |
| เวลาเตรียม | เร็ว | ใช้เวลามากกว่า |
| เหมาะกับงาน | ทั่วไป | เฉพาะทาง |
ตัวอย่างเปรียบเทียบจริง 5 กรณี
กรณีที่ 1: การแปลภาษา
Zero-Shot:
แปลประโยคนี้เป็นภาษาอังกฤษ:
"ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ"
Few-Shot:
แปลประโยคไทยเป็นภาษาอังกฤษแบบ Casual
ตัวอย่าง:
ไทย: "สวัสดีครับ"
English: "Hey there!"
ไทย: "ไปไหนมา?"
English: "Where've you been?"
---
ทีนี้แปล:
ไทย: "ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ"
English:
ผลลัพธ์:
- Zero-Shot: "Thank you for your help"
- Few-Shot: "Thanks for the help!" (Casual มากขึ้นตามตัวอย่าง)
กรณีที่ 2: การสร้าง Hashtag
Zero-Shot:
สร้าง Hashtag 5 ตัวสำหรับโพสต์เกี่ยวกับ "คอร์สเรียน AI"
Few-Shot:
สร้าง Hashtag สำหรับโพสต์ Instagram
ตัวอย่าง:
หัวข้อ: ร้านกาแฟ
Hashtags: #คาเฟ่ #กาแฟอร่อย #CafeHopping #CoffeeLover #ReviewCafe
หัวข้อ: ออกกำลังกาย
Hashtags: #ฟิตเนส #สุขภาพดี #WorkoutDaily #FitnessMotivation #HealthyLife
---
หัวข้อ: คอร์สเรียน AI
Hashtags:
กรณีที่ 3: การเขียน Product Description
Zero-Shot:
เขียนคำอธิบายสินค้าสำหรับ "หูฟังบลูทูธไร้สาย"
Few-Shot:
เขียนคำอธิบายสินค้าแบบกระชับ เน้น Feature และ Benefit
ตัวอย่าง 1:
สินค้า: สมาร์ทวอทช์
คำอธิบาย: ติดตามทุกก้าว วัดทุกการเต้น สมาร์ทวอทช์ที่เข้าใจสุขภาพคุณ แบตอึดนาน 7 วัน กันน้ำได้ 50 เมตร พร้อมเซ็นเซอร์ SpO2
ตัวอย่าง 2:
สินค้า: กระเป๋าเป้
คำอธิบาย: เบาเหมือนไม่ได้แบก จุเหมือนไม่มีขีดจำกัด กระเป๋าเป้ดีไซน์ minimalist ผ้ากันน้ำ มีช่องใส่ laptop 15 นิ้ว
---
สินค้า: หูฟังบลูทูธไร้สาย
คำอธิบาย:
กรณีที่ 4: การวิเคราะห์ Sentiment
Zero-Shot:
วิเคราะห์อารมณ์ของรีวิวนี้:
"สินค้าโอเค แต่ราคาแพงไปนิด"
ให้ตอบเป็น: Positive / Negative / Mixed / Neutral
Few-Shot:
วิเคราะห์ Sentiment ของรีวิวสินค้า
ตัวอย่าง:
รีวิว: "ดีมากครับ คุ้มค่าเงิน"
Sentiment: Positive
เหตุผล: ใช้คำชมเชย คุ้มค่า
รีวิว: "ห่วยมาก ไม่ซื้ออีกแล้ว"
Sentiment: Negative
เหตุผล: ใช้คำตำหนิ ปฏิเสธซื้อซ้ำ
รีวิว: "พอใช้ได้ ไม่ได้ดีไม่ได้แย่"
Sentiment: Neutral
เหตุผล: ไม่มีอารมณ์ชัดเจน
รีวิว: "สินค้าสวย แต่ส่งช้า"
Sentiment: Mixed
เหตุผล: มีทั้งข้อดีและข้อเสีย
---
รีวิว: "สินค้าโอเค แต่ราคาแพงไปนิด"
Sentiment:
เหตุผล:
กรณีที่ 5: การสร้าง Email Subject Line
Zero-Shot:
สร้างหัวข้ออีเมลสำหรับแจ้งโปรโมชั่นลด 50%
Few-Shot:
สร้างหัวข้ออีเมลที่น่าคลิก สำหรับส่งให้ลูกค้า
ตัวอย่าง:
โปรโมชั่น: Flash Sale 24 ชม.
Subject: เหลืออีกแค่วันเดียว! ดีลพิเศษรอคุณอยู่
โปรโมชั่น: สมาชิกใหม่รับส่วนลด
Subject: ยินดีต้อนรับ! ของขวัญพิเศษรอคุณอยู่ข้างใน
โปรโมชั่น: ครบรอบ 5 ปี
Subject: 5 ปีแห่งความทรงจำ เราขอบคุณด้วยของขวัญพิเศษ
---
โปรโมชั่น: ลด 50% ทุกรายการ
Subject:
One-Shot Prompting คืออะไร?
One-Shot คือการให้ตัวอย่างเพียง 1 ตัวอย่าง เป็นจุดกึ่งกลางระหว่าง Zero-Shot และ Few-Shot
เขียน Tweet โปรโมทบทความ
ตัวอย่าง:
บทความ: "10 วิธีประหยัดเงิน"
Tweet: "รู้มั้ยว่าแค่เปลี่ยนนิสัยเล็กๆ ก็ประหยัดได้หลักหมื่นต่อปี? อ่าน 10 วิธีที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง #การเงิน #ประหยัดเงิน"
---
บทความ: "Prompt Engineering 101"
Tweet:
การรวมเทคนิคเข้าด้วยกัน
บางครั้งคุณสามารถใช้ทั้ง Zero-Shot และ Few-Shot ร่วมกันได้
ตัวอย่าง: Zero-Shot สำหรับโครงสร้าง + Few-Shot สำหรับสไตล์
เขียน Product Review ตามรูปแบบนี้:
## โครงสร้าง (Zero-Shot):
1. หัวข้อที่น่าสนใจ
2. บทนำ (1 ย่อหน้า)
3. ข้อดี (3-5 ข้อ)
4. ข้อเสีย (1-3 ข้อ)
5. สรุปและคะแนน
## สไตล์การเขียน (Few-Shot):
ตัวอย่างการเขียนข้อดี:
"แบตเตอรี่อึด: ชาร์จครั้งเดียวอยู่ได้ทั้งวัน ใช้ฟังเพลง 8 ชม.ต่อเนื่องสบายๆ"
ตัวอย่างการเขียนข้อเสีย:
"ราคาค่อนข้างสูง: เมื่อเทียบกับคู่แข่งในรุ่นเดียวกัน แพงกว่าประมาณ 20%"
---
สินค้า: iPhone 15 Pro
Best Practices สำหรับ Few-Shot Prompting
1. เลือกตัวอย่างที่หลากหลาย
ดี: ให้ตัวอย่าง Positive, Negative, และ Neutral
ไม่ดี: ให้แต่ตัวอย่าง Positive ทั้งหมด
2. จัดลำดับตัวอย่างอย่างมีระบบ
ดี:
ตัวอย่าง 1: [ง่าย]
ตัวอย่าง 2: [ปานกลาง]
ตัวอย่าง 3: [ซับซ้อน]
ไม่ดี: สุ่มลำดับตัวอย่าง
3. ใช้ Delimiter แยกตัวอย่าง
---
ตัวอย่าง 1:
...
---
ตัวอย่าง 2:
...
---
งานจริง:
...
4. ตัวอย่างควรเหมือนงานจริง
ดี: ตัวอย่างมีความยาวและซับซ้อนใกล้เคียงงานจริง
ไม่ดี: ตัวอย่างสั้นมาก แต่งานจริงยาว
5. หลีกเลี่ยงตัวอย่างที่ขัดแย้งกัน
ไม่ดี:
ตัวอย่าง 1: "ดีมาก" → Positive
ตัวอย่าง 2: "ดีมากเลย" → Neutral (ขัดแย้ง!)
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ใช้ Zero-Shot เมื่อต้องการความแม่นยำสูง
❌ ผิด:
"วิเคราะห์งบการเงินนี้และจัดหมวดหมู่รายการ"
✅ ถูก:
"วิเคราะห์งบการเงิน โดยจัดหมวดหมู่ตามตัวอย่าง:
ตัวอย่าง 1:
รายการ: ค่าเช่าสำนักงาน
หมวดหมู่: ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน
ตัวอย่าง 2:
รายการ: ซื้อเครื่องจักร
หมวดหมู่: สินทรัพย์ถาวร
..."
ให้ตัวอย่างน้อยเกินไปสำหรับงานซับซ้อน
❌ ผิด: ให้ 1 ตัวอย่างสำหรับการวิเคราะห์ที่มี 5 หมวดหมู่
✅ ถูก: ให้อย่างน้อย 1 ตัวอย่างต่อหมวดหมู่
ให้ตัวอย่างมากเกินไป
❌ ผิด: ให้ 20 ตัวอย่างสำหรับงานง่ายๆ (เปลือง Token)
✅ ถูก: 3-5 ตัวอย่างเพียงพอสำหรับงานส่วนใหญ่
เทคนิคขั้นสูง: Prompt Chaining
เมื่องานซับซ้อนมาก คุณสามารถใช้ Zero-Shot และ Few-Shot ต่อเนื่องกัน
ขั้นตอน 1 (Zero-Shot): แบ่งงานเป็นส่วนย่อย
ขั้นตอน 2 (Few-Shot): ทำแต่ละส่วนด้วยตัวอย่างที่เหมาะสม
ขั้นตอน 3 (Zero-Shot): รวมผลลัพธ์
แหล่งเรียนรู้เพิ่มเติม
อยากเรียนรู้เทคนิค Prompting เพิ่มเติม? ลองอ่านบทความเหล่านี้:
- Prompt Engineering 101: พื้นฐานที่ต้องรู้ - เริ่มต้นจากพื้นฐาน
- Chain of Thought Prompting - เทคนิคให้ AI คิดเป็นขั้นตอน
- Prompt Engineering: ศิลปะการสอน AI - เจาะลึกเทคนิคขั้นสูง
- วิธีสอน AI ให้เข้าใจธุรกิจของคุณ - คู่มือสำหรับผู้เริ่มต้น
สรุป
| เทคนิค | ใช้เมื่อ | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|---|
| Zero-Shot | งานทั่วไป ชัดเจน | เร็ว ประหยัด Token | อาจไม่แม่นยำ |
| One-Shot | ต้องการชี้แนะสไตล์ | สมดุล | จำกัดตัวอย่าง |
| Few-Shot | งานเฉพาะทาง ซับซ้อน | แม่นยำสูง | ใช้ Token มากกว่า |
หลักการเลือก:
- เริ่มด้วย Zero-Shot ก่อน
- ถ้าผลไม่ดี ลอง One-Shot
- ถ้ายังไม่พอ ใช้ Few-Shot
- ปรับจำนวนตัวอย่างตามความซับซ้อนของงาน
ฝึกฝนทั้งสองเทคนิคให้คล่อง แล้วคุณจะสามารถเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมกับทุกสถานการณ์!
พร้อมฝึกฝนแล้วหรือยัง?
ลองใช้เทคนิคเหล่านี้กับงานจริงของคุณ และสำรวจคอร์สเรียนเพิ่มเติมได้ที่ AI Unlocked!
เขียนโดย
AI Unlocked Team
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
วิธีติดตั้ง FFmpeg บน Windows และ Mac: คู่มือฉบับสมบูรณ์
เรียนรู้วิธีติดตั้ง FFmpeg บน Windows และ macOS พร้อมการตั้งค่า PATH อย่างละเอียด เพื่อใช้งานโปรแกรมตัดต่อวิดีโอและเสียงระดับมืออาชีพ
สร้าง AI-Powered SaaS: จากไอเดียสู่ผลิตภัณฑ์
คู่มือครบวงจรในการสร้าง AI-Powered SaaS ตั้งแต่การวางแผน พัฒนา ไปจนถึง launch และ scale รวมถึง tech stack, pricing และ business model
AI Security: วิธีใช้ AI อย่างปลอดภัย
เรียนรู้แนวทางการใช้ AI อย่างปลอดภัย ครอบคลุม prompt injection, data privacy, API security และ best practices สำหรับองค์กร